หุ้นสัปดาห์หน้า ลุ้นขยับขึ้นจากเวินต่างชาติ ขณะค่าบาททิศทางอ่อน
หุ้นสัปดาห์หน้า มีโอกาสขยับขึ้นจากเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าซื้อหุ้นใหญ่ในกลุ่มแบงก์-พลังงาน ส่วนค่าเงินบาทแนวโน้มอ่อน จับตาเฟดประชุมประจำปี
ตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้ามีแนวโน้มขยับขึ้น จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ มีแนวรับที่ 1,610 และ 1,600 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,645 และ 1,665 จุด ตามลำดับ ขณะที่ค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่า ได้รับแรงกดดันจากนโยบายขึ้นดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) หนุนดอลลาร์แข็งค่า จับตาท่าทีของเฟดในการประชุมประจำปี และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทในสัปดาห์ถัดไป (22-26 ส.ค.) มีกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ระดับ 35.20-36.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสำหรับสัปดาห์ถัดไป (22-26 ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,610 และ 1,600 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,645 และ 1,665 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนก.ค. ของไทย ประเด็นการเมืองในประเทศ การประชุมประจำปีของเฟดที่ Jackson Hole สถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาค และทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และดัชนี PCE/Core PCE Price Indices เดือนก.ค. รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/65 ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนส.ค. ของจีน รวมถึงดัชนี PMI เดือนส.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา เคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางหุ้นภูมิภาค ทั้งนี้ SET Index ปรับตัวขึ้นช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนมองว่า เงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจผ่านพ้นจุดสูงสุดมาแล้ว ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังมีสถานะซื้อสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นบิ๊กแคปในกลุ่มแบงก์ ไฟแนนซ์และพลังงาน
อย่างไรก็ดี หุ้นไทยย่อตัวลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟด ซึ่งระบุว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะสามารถคุมเงินเฟ้อได้ ประกอบกับนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอติดตามหลายปัจจัยที่มีความสำคัญในสัปดาห์หน้า
ในวันศุกร์ (19 ส.ค.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,625.92 จุด เพิ่มขึ้น 0.23% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 74,317.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.62% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 2.26% มาปิดที่ 624.76 จุด
แนวโน้มค่าเงินบาทในสัปดาห์ถัดไป (22-26 ส.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ระดับ 35.20-36.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 35.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่า หลังตัวเลขจีดีพีไตรมาสที่ 2/65 ของไทยขยายตัวเพียง 2.5% YoY ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด ประกอบกับมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ นอกจากนี้สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวอ่อนค่าลงตามค่าเงินหยวนท่ามกลางการคาดการณ์ว่า สัญญาณอ่อนแอของเศรษฐกิจจีนอาจทำให้ทางการจีนต้องออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม
ส่วนเงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นตามสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ หลังรายงานการประชุมเฟดและมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟด ตอกย้ำว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับลงมาอยู่ในระดับที่ควบคุม/ยอมรับได้ นอกจากนี้เงินดอลลาร์ฯ ยังมีปัจจัยบวกจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงมากกว่าที่คาดด้วยเช่นกัน
ในวันศุกร์ที่ 19 ส.ค. 2565 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 35.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.19 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (11 ส.ค.) ขณะที่ระหว่างวันที่ 15-19 ส.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่องอีก 24,208 ล้านบาท แต่มีสถานะเป็น NET INFLOW เข้าตลาดพันธบัตรเพียง 410 ล้านบาท (แม้ซื้อสุทธิพันธบัตร 3,783 ล้านบาท แต่ก็มีตราสารหนี้ที่หมดอายุ 3,373 ล้านบาท)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB